วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2553

จงแบ่งงานย่อยของโครงการของท่าน แล้วใช้ MsProject ทำ Grantt, หา Critical Path


Critical Part

การบริหารโครงการ และการพัฒนาโปรแกรมที่เกี่ยวข้อง .....ตอบคำถาม

เป็นไปได้......ที่จะเกิดโปรแกรมดังกล่าวขึ้นโดยมีกระบวนการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
1. รวบรวมความต้องการที่จะมีในการบริหารจัดการโครงการโดยรวมซึ่งรายละเอียดต่างๆ ก็จะมีในรายวิชาการบริหารโครงการ
2. ทำความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโปรแกรมของ Microsoft Project เกี่ยวกับการทำานเบื้องต้นว่าสามารถทำอะไรได้บ้างที่เกี่ยวข้องกับความต้องการของความต้องการที่เรารวบรวมได้
3. ศึกษาความเป็นไปได้ในการเขียนโปรแกรม วิเคราะห์ว่าต้องใช้โปรแกรมอะไรในการเพื่อที่จะได้ตรงกับความต้องการ
4. ลงมือเขียนโรแกรม

วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2553

AON and Critical path of Case Study


Critical Part 1 เส้นทาง ดังนี้ WBS 1.0 -> WBS 3.0 -> WBS 4.1 -> WBS 4.2 -> WBS 4.3 -> WBS 4.4
-> WBS 4.5 - > WBS 5.1 -> WBS 5.2 -> WBS 5.3 -> WBS 5.4 -> WBS 5.5 -> WBS 6.1 ->WBS6.2 = 10 + 10 + 10 + 20 + 20 + 10 + 10 + 5 + 5 + 7 + 5 + 5 + 10 = 127

วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2553

ระบบทดสอบความรู้ทางคณิตศาสตร์แบบออนไลน์

ระบบการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ออนไลน์

1. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
การศึกษานั้นนับว่ามีความสำคัญต่อกรพัฒนาประเทศเป็นอย่างมาก ถ้าประชาชนของชาติใดไม่มีความรู้ก็ยากที่จะพัฒนาประเทศนั้นได้ นอกจากนี้การศึกษายังนับว่าเป็นเกราะป้องกันตัวเองและด้วยเช่นกัน หนทางการศึกษาหาความรู้มีอยู่มากมายหลายทางตั้งแต่เข้าโรงเรียนจนถึงการศึกษาจากธรรมชาติรอบ ๆ ตัวเองของเรา ดังที่จะเห็นจากความหมายในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ว่า “ การศึกษา หมายความว่า กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม โดยการถ่ายทอดความรู้ การฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัดสภาพแวดล้อม สังคม การเรียนรู้และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ”
คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทในการศึกษาในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาระดับอุดมศึกษา เป็นอย่างยิ่ง ด้วยความสามารถของเทคโนโลยีเครือข่ายอินเตอร์เน็ทที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เป็นการสนับสนุนการสึกษาทางไกลซึ่งไม่ว่าผู้เรียนจะอยู่ที่ใดก็สามารถเรียนใด้ ทั้งเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายในการศึกษา การเดินทางเพื่อการศึกษา รวมถึงเป็นแนวทางที่จะสนับสนุนนโยบายการศึกษาของชาติและแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ. 2547 - 2549 ) โดยมีเป้าหมายว่า ผู้เรียนในสถานศึกษาทุกคนมีโอกาสเข้าถึงการใช้และมีทักษะ ICT สถานศึกษาสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ทได้มีระบบเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถจัดการเรียนการสอน และการใช้ ICT เพื่อการเรียนรู้และมี เว็บไชต์เพื่อการให้บริการการศึกษา
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบของการศึกษาเรียนรู้ของมนุษย์เป็นอย่างมาก พลังของเทคโนโลยีสารสนเทศสามารถขจัดข้อจำกัดทงการศึกษา ทางกาลเวลา ระยะทาง ส่งผลให้การแลกเปลี่ยนข่าวสารข้อมุลเกิดขึ้นได้ทุกเวลาและทุกสถานที่ซึ่งจากวิวัฒนาการนี้เองก่อให้เกิดรูปแบบของการศึกษาที่ไร้พรมแดน
สถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติ (สทศ) ได้รายงานผล จำนวนและร้อยละของนักเรียนที่ได้คะแนน O-NET ม.6 ในช่วงคะแนนต่างๆ ระดับประเทศ ปีการศึกษา 2551 ของวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่ง ร้อยละช่วงคะแนนที่มากที่สุดคือ ช่วงคะแนน 20.01 – 30.00 ซึ่งได้ร้อยละ 36.71 ซึ่งเป็นที่น่ากังวลเป็นอย่างมากเพราะช่วงคะแนนดังกล่าวช่วงคะแนนที่น้อยมาก จึงได้เล็งเห็นปัญหาของการศึกษาคณิตศาสตร์ของเด็กไทยและการสอบ O-NET ดังกล่าวในปัจจุบัน ว่าการเตรียมความพร้อมของเด็กในการทดสอบคณิตศาสตร์นั้น นอกจากจะมีการเรียนการสอนในโรงเรียน การทบทวนที่เรียนมา การฝึกทำโจทย์ และการไปเรียนเพิ่มเติมโรงเรียนกวดวิชาตามที่ต่าง ๆ อาจจะยังไม่เพียงพอต่อการเตรียมความพร้อมต่อการสอบ O-NET ของเด็กเท่าที่ควร รวมทั้งปัญหาที่เกิดจากเด็กในเขตเมืองจะมีโอกาสที่ได้เตรียมความพร้อมมากกว่าเด็กที่อยู่นอกตัวเมือง ก็ทำให้เด็กในตัวเมืองมีโอกาศที่จะได้คะแนนในการสอบมากกว่าเด็กนอกตัวเมือง
การทดสอบความรู้ออนไลน์จะเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาของการเตรียมความพร้อมของเด็กไม่ว่าจะเป็นเด็กในตัวเมืองหรือเด็กนอกตัวเมือง เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษา 2542 มุ่งหวังให้เยาวชนไทยเกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเองให้มากที่สุด จึงทำให้เกิดการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ประโยชน์ในวงการการศึกษา ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการตอบสนองนโยบายทางการศึกษาที่เป็นการศึกษาเพื่อ “ ประชาชนทุกคน ” (Education for All) อันจะเป็นการสร้างความเท่าเทียมกันทางสังคมโดยเฉพาะทางด้านการศึกษา
ตามพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริให้นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการพัฒนาพัฒนาประเทศหลายประการ ทรงเป็นองค์ประธานกรรมการของโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ เป็นเลขานุการ[53] โดยมีพระราชดำริให้โครงการต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นโครงการนำร่องและใช้เป็นตัวอย่างในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ และมีพระราชประสงค์จะให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับโครงการนั้นๆ มารับช่วงต่อไป[54] พระองค์ทรงเริ่มนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้กับการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนในชนบท ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2538 ใน โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับโรงเรียนในชนบท โดยพระราชทานเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปรณ์ที่จำเป็นเพื่อจัดตั้งเป็นห้องเรียนขึ้น และพัฒนามาจนสามารถนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาประกอบการเรียนการสอนในรายวิชาต่างๆ
ด้วยปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ในทางด้านการศึกษาและการทดสอบความรู้ของเด็กไทยมนปัจจุบัน มีองค์กรณ์ต่าง ๆ พยายามส่งเสริมการเตรียมความพร้อมของการสอบไม่ว่าจะเป็นของรัฐบาลเอง เปิดโครงการติวเตอร์ชาแนลเข้ม 'GAT-PAT 'ถ่ายสดทางฟรีทีวี โดยมีนาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานโครงการติวเข้มเติมเต็มความรู้ หรือ ติวเตอร์ชาแนล เพื่ออนาคตชาติ เพื่อโอกาสทุกคน เพื่อช่วยเหลือเด็กไทยที่ต้องการเตรียมความพร้อมในการสอบ รวมไปถึงองค์กรเอกชนต่าง ๆ เราจึงได้มีแนวคิดที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มความพร้อมให้กับเด็กทุกคนโดยใช้ความสามารถของเทคโนโลยีสารสนเทศ Internet มาช่วยโดยการจำทำระบบทดสอบออนไลน์โดยนำข้อสอบ O – net เก่าของวิชาคณิตศาสตร์ของแต่ละปีมาให้เด็กที่ต้องการจะทดสอบตัวเองก่อนสอบจริงโดย ระบบจะทำจับเวลาในการสอบเหมือนสอบจริงแล้วก็จะประมวลผลผลสอบเมื่อสอบเสร็จ แล้วระบบจะทำการเก็บสถิติต่าง ๆ ของเด็กที่เข้ามาสอบ ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ-นามสกุล เพศ ระดับชั้น โรงเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ อื่น ๆ ที่เป็นข้อมูลพื้นฐานของเด็กแต่ละคน เพื่อนพค่าสถิติเหล่านั้นมาวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาต่อไป

2. วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์
2.2 เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพทางการศึกษา ของวิชาคณิตศาสตร์โดยใช้รูปแบบเว็บแอฟฟลิเคชั่นบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ท
2.3 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในการเตรียมความพร้อมในการสอบและหลังสอบจริงเพื่อเป็นแนวทาง ในการแก้ปัญหาการศึกษาวิชาคณิตศาสตร์ของเด็กไทยในปัจจุบัน

3. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
3.1 เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนที่ต้องการเพิ่มความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์
3.2 ช่วยให้การจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะการถ่ายทอดเนื้อหาผ่านมัลติมีเดียที่ได้รับการ ออกแบบและผลิตอย่างมีระบบจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการเรียนจากสื่อข้อความเพียงอย่างเดียว
3.1 ช่วยทำให้ผู้เรียนสามารถควบคุมการเรียนรู้ของตนเองได้ โดยสามารถเข้าถึงข้อมูลใดก่อนหรือหลังก็ได้ ตามพื้นฐานความรู้ ความถนัด และความสนใจของตน ทำให้ได้รับความรู้และมีการจดจำที่ดีขึ้น
3.2 ช่วยให้ผู้เรียนได้ทบทวนความรู้ หรือหาความรู้เพิ่มเติมจากการเรียนในห้องเรียนปกติ
3.3 ช่วยให้ผู้สอนสามารถตรวจสอบความก้าวหน้าพฤติกรรมการเรียนของผู้เรียนได้ตลอดเวลา
3.4 ช่วยให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับครูผู้สอน และกับเพื่อน ด้วยเครื่องมือต่าง ๆ มากมาย
3.5 ประหยัดเวลา และงบประมาณในการจัดการเรียนการสอน โดยลดความจำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องมือราคาแพง หรือเครื่องมือที่อันตราย
3.6 ช่วยส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ รวมทั้งเนื้อหามีความทันสมัย และตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ในปัจจุบันได้อย่างทันที
3.7 ด้วยเทคโนโลยีและสื่อการเรียนที่ทันสมัย จะช่วยดึงดูดความสนใจของผู้เรียนที่จะเข้ามาสนใจวิชาคณิตศาตร์มากขึ้น
3.8 ทำให้เกิดการเรียนการสอนแก่ผู้เรียนในวงกว้างขึ้น เป็นการสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต
4. เป้าหมายของโครงการ
4.1.1 เป้าหมายเชิงปริมาณ
4.1.1.1 มีนักเรียนเข้ามาร่วมเข้าเรียนและร่วมทำการทำสอบประมาณ 500 คน จากทั่วประเทศ
4.1.1.2 นักเรียนสามารถสอบ O– net ได้คะแนนที่ดีขึ้นโดยเพิ่มขึ้นจาก ช่วงคะแนน 20.00 - 30.00 เป็นช่วงคะแนน
40.00 – 50.00 คะแนน โดยสามารถเพิ่มขึ้นได้ถึงร้อยละ 20 จากปกติ
4.1.2 เป้าหมายเชิงคุณภาพ
4.1.2.1 นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องคณิตศาสตร์ได้มากขึ้น
4.1.2.2 นักเรียนสามารถเรียนแลทดสอบความรู้ทางคณิตศาสตร์จากที่ไหนก็ได้ที่มีระบบอินเตอร์เน็ท
5. แผนงาน ( งานย่อย )
แผนงาน เวลาที่ใช้น้อยที่สุด (วัน) เวลากลาง (วัน) เวลาที่ใช้มากที่สุด (วัน) ค่าใช้จ่าย
( บาท )
1. ศึกษาและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาทาง
การเรียนการสอนของวิชาคณิตศาสตร์ 10 15 20 3,000
2. นำเสนอหัวข้อต่ออาจารย์ที่ปรึกษา 2 2 2 500
3. วิเคราะห์ระบบงาน 20 30 40 6,000
4. ออกแบบระบบงาน 20 30 40 6,000
5. ออกแบบฐานข้อมูล 5 8 10 1,600
6. ออกแบบหน้าจอ 10 15 18 3,000
7. พัฒนาระบบทั้งหมด 50 60 70 18,000
8. ทดสอบระบบงาน 3 4 5 800
9. จัดทำคู่มือ 20 25 28 5,000

วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2553

ทำไมเราจะต้องบริหารโครงการโดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการ ICT ให้ความสำคัญเพราะอะไร

เนื่องจากโครงการเป็นกระบวนการที่ต้องใช้ระยะเวลาในการปฏิบัติ พร้อมกับงบประมาณที่ใช้จ่ายในการบริหารโครงการ ซึ่งถ้าไม่มีการบิรหารจัดการโครงการแล้วนั้นก็จะทำให้ การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างล้าช้าพร้อมกับเสียงบประมาณไปอย่างสิ้นเปลืองแล้วก็ไม่ได้ตรงตามเป้าหมายที่ต้องการโครงการนั้น แล้วในส่วนของการพัฒนาด้าน ICT นั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการพัฒนวงการ ICT ไปเพราะโครงการที่เกี่ยวกับ ICT นั้นต้องมีการวางแผนโครงการที่เป็นกระบวนการและเป็นระบบเนื่องจากมีขั้นจอนการปฎิบัติที่ชับช้อนกว่าโครงการอื่น ๆ